หน้าหลัก

เส้นทางการพัฒนา

  1. 2512

    เพาะปลูกปาล์มน้ำมันครั้งแรก

    ณ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมน้ำมันและสวนปาล์ม จำกัด (TOPI) อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ บุกเบิกโดยคุณเจียร วานิช

  2. 2517

    เปิดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งแรก

    ที่ TOPI ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 10 ตันต่อชั่วโมง

  3. 2521

    ขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม

    ที่ บริษัท ฮับ ฮวด จำกัด ซึ่งบุกเบิกโดย คุณเจียร วานิช

  4. 2523

    เปิดโรงงานน้ำมันปาล์มแห่งที่สอง

    ดำเนินการโดย บริษัท สยามปาล์มน้ำมันและอุตสาหกรรม จำกัด ในตำบลอ่าวลึก จ.กระบี่กำลังการผลิตขั้นต้น 10 ตันต่อชั่วโมง

  5. 2526

    การร่วมทุนของสามบริษัทผู้บุกเบิก

    ร่วมกับ Unilever Plantations Group จากสหราชอาณาจักร ก่อตั้งกลุ่มยูนิวานิช ภายใต้การนำของนายเอกพจน์ วานิช

  6. 2529

    ยูนิวานิชเข้าร่วมโครงการผสมพันธุ์พืชนานาชาติ (CBP)

    เพื่อแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันน้ำดีกับศูนย์วิจัยชั้นนำในต่างประเทศ

  7. 2534

    ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันยูนิวานิช 1991 (OPRC)

    ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดใช้งานการทดลองด้านพืชสวน การปรับปรุงพันธุ์ขั้นสูง และสำหรับการฝึกอบรมเกษตรกร

  8. 2535

    เริ่มการปลูกทดแทน

    ที่ TOPI ด้วยพันธุ์ปาล์มรุ่นใหม่

  9. 2538

    การควบรวมกิจการทางกฎหมาย

    ของบริษัทร่วมทุนทั้งสามแห่งมาเป็น บริษัท ยูนิวานิช น้ำมันปาล์ม จำกัด โดยมีพื้นที่ปลูกรวมกัน 38,088 ไร่ (6,094 เฮกตาร์) และโรงงาน 2 แห่ง

  10. 2540

    ขยายกำลังการผลิตโรงงานทั้ง 2 แห่ง

    การขยายกำลังการผลิตของโรงงานยูนิวานิชทั้ง 2 แห่ง การขยายโรงงานยูนิวานิช 2 แห่งที่ TOPI และสยามปาล์มเพื่อสร้างกำลังการผลิตเป็น 30 ตันต่อชั่วโมง

  11. 2542

    ยูนิลีเวอร์ถอนตัวจากธุรกิจการเกษตร

    พ.ศ. 2541 ด้วยการขายหุ้นยูนิวานิช 51% ให้กับผู้ร่วมทุนชาวไทย นำโดยคุณอภิรักษ์ วานิช

  12. 2543

    เปิดเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเอกพจน์

    ใน อ.ปลายพระยา เพื่อผลิตกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมัน 1.0 ล้านต้นต่อปีให้กับชาวสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่

  13. 2544

    การขยายกำลังการผลิตโรงงาน TOPI

    เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 60 ตันต่อชั่วโมง รวมกับโรงบีบเมล็ดปาล์มแห่งใหม่ที่ 75 ตันต่อวัน

  14. 2548

    เป็นบริษัท มหาชน

    บริษัท ยูนิวานิช น้ำมันปาล์ม จำกัด ในเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อ UVAN ด้วยสถิติโรงงานสกัดน้ำมันจากผลปาล์มสด 507,000 ตัน และผลิตน้ำมันปาล์มดิบ 102,000 ตัน

  15. 2549

    สร้างโรงงานแห่งที่ 3 อ.ลำทับ จ.กระบี่

    ด้วยกำลังการผลิต 45 ตันต่อชั่วโมง

  16. 2550

    สร้างโรงงานบีบเมล็ดในปาล์ม แห่งที่ 2

    ที่ อ.ลำทับ จ.กระบี่ด้วยกำลังการผลิต 75 ตันต่อวัน ภายในปี พ.ศ. 2548 โรงงานยูนิวานิชทั้งสามแห่งมีกำลังการผลิตรวมกันที่ 105 ตัน (FFB/ ชั่วโมง) และ 150 ตันของเมล็ดในปาล์ม (PK/ วัน)

  17. 2550

    ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแห่งแรกของประเทศไทย

    จัดตั้งขึ้นที่ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันยูนิวานิช (OPRC) เพื่อการวิจัยการโคลนปาล์มชั้นดีจากโครงการปรับปรุงพันธุ์ของบริษัท

  18. 2551

    บุกเบิกโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 3 แห่ง

    สร้างที่โรงงานของบริษัทเพื่อผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนประมาณ 6 เมกะวัตต์ เพื่อขายให้ไฟให้กับโครงข่ายกริดท้องถิ่น เพื่อสร้างการลดการปล่อยก๊าซที่ผ่านการรับรอง (CERs) ประมาณ 100,000 ตันเทียบเท่าคาร์บอนต่อปี

  19. 2551

    รางวัลระดับชาติ

    ยูนิวานิช รับรางวัล บริษัทที่มีผลประกอบการดีที่สุด จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับบริษัทขนาดกลาง

  20. 2551

    บุกเบิกการส่งออกน้ำมันปาล์ม

    ยูนิวานิชส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 151,000 ตันไปยังยุโรปและเอเชีย

  21. 2552

    ซื้อที่ดินใหม่ 2,000 ไร่

    ที่นครศรีธรรมราช เพื่อจัดตั้งโรงเพาะชำ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อจัดหากล้าปาล์มน้ำมันปีละ 1 ล้านต้นให้กับเกษตรกรในภาคใต้ของประเทศไทย

  22. 2552

    เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ

    พ.ศ. 2552 ยูนิวานิชได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในสิบบริษัทชั้นนำของประเทศไทยด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยพิจารณาจากผลประกอบการ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2546 – ​​2551 ใน Bangkok Post Scorecard

  23. 2553

    การขยายห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

    ขยายขนาดการผลิตปาล์มน้ำมันโคลนตามความสำเร็จของการวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของ OPRC ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549

  24. 2554

    การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CER) ที่ผ่านการรับรองจาก United Nations Gold Standard 2011

    ออกให้กับโรงงานยูนิวานิชเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นบริษัทน้ำมันปาล์มรายแรกในเอเชียที่ได้รับมาตรฐาน CERs นี้

  25. 2554

    ขยายโรงงานสยามเป็น 45 ตัน/ชม

    ใช้เทคโนโลยีใหม่ คือการนึ่งปาล์มแนวตั้งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดปริมาณน้ำเสีย

  26. 2555

    ทำลายสถิติการขายไฟฟ้าหมุนเวียน

    โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพยูนิวานิชผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 34 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. 80 ล้านบาท

  27. 2555

    รางวัลระดับนานาชาติ

    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยูนิวานิช-ปลายพระยา กลายเป็นกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอิสระกลุ่มแรกของโลกที่ได้รับการรับรองในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกอย่างยั่งยืนของ RSPO

  28. 2556

    ขยายธุรกิจสู่ฟิลิปปินส์ ยูนิวานิช คาร์เมน ปาล์ม ออยล์ คอร์ปอเรชั่น

    เริ่มก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มแห่งแรก ในจังหวัดโกตาบาโตเหนือของมินดาเนา

  29. 2556

    การส่งออกน้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองอย่างยั่งยืน (CSPO) ครั้งแรก

    จากท่าเรือยูนิวานิชที่แหลมป่องไปยังเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี

  30. 2556

    การยอมรับในระดับสากล

    ยูนิวานิชได้รับเลือกให้นำเสนอบทความหลักแก่ผู้แทน 2,000 คนในการประชุม International Palm Oil Congress ที่ประเทศมาเลเซีย บทความนี้วิเคราะห์การวิจัย 16 ปีเกี่ยวกับความหนาแน่นของการปลูกใหม่และเทคนิคการปลูกพืชทดแทนที่พัฒนาโดย Univanich OPRC ในประเทศไทย

  31. 2557

    การขายการลดการปล่อยมลพิษที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทองคำ (CERs) จำนวน 203,000 รายการ

    จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพของยูนิวานิช เทียบเท่ากับการลดการปล่อยคาร์บอนมากกว่า 200,000 ตันภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดของสหประชาชาติ (CDM)

  32. 2557

    รางวัล : บริษัทปลูกปาล์มน้ำมันแห่งปี

    ในงาน Thailand Excellence Awards ประจำปี พ.ศ. 2557

  33. 2557

    โรงงานแห่งใหม่ของ JV Carmen Palm Oil Corporation ในเมืองมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์เสร็จสมบูรณ์

    โรงงาน JV Carmen Palm Oil Corporation แห่งใหม่เสร็จสมบูรณ์ในมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีกำลังการผลิตผลปาล์มสด 30 ตันต่อชั่วโมง

  34. 2558

    ซื้อพื้นที่สร้างโรงงานใหม่

    จำนวน 401 ไร่ เพื่อสร้างโรงงานและเรือนเพาะชำปาล์มน้ำมันที่ อ.ป่าบอน จังหวัดพัทลุง ทางภาคใต้ของประเทศไทย

  35. 2558

    ซื้อพื้นที่ท่าเรือเพิ่ม

    เพื่อติดตั้งถังบรรจุ (Tank Farm) ที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมป่อง จ.กระบี่

  36. 2559

    โรงเพาะชำและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรกรปาล์มน้ำมันแห่งใหม่

    ก่อสร้างขึ้นที่พื้นที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

  37. 2559

    การยอมรับในระดับสากลด้านความยั่งยืน

    ในการประชุมระดับโลกของ การเจรจาโต๊ะกลมเพื่อการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (RSPO) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ยูนิวานิชได้จัดแสดง สี่เสาหลักแห่งความยั่งยืนของน้ำมันปาล์ม ของบริษัทต่อผู้แทนจากนานาชาติและรองนายกรัฐมนตรีของไทยกว่า 800 คน

  38. 2560

    เป้าหมายล้านตัน

    โรงงานยูนิวานิช ประเทศไทย สกัดผลปาล์มสดทั้งหมด 1,075,000 ตัน และผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ 204,000 ตัน

  39. 2560

    รางวัลบริษัทปลูกปาล์มน้ำมันดีเด่นแห่งปี

    ในงาน Thailand Excellence Awards ประจำปี

  40. 2560

    ซื้อกิจการโรงงานน้ำมันปาล์มของบริษัทโชควัลลภาปาล์มออยล์ จำกัด ในจังหวัดพังงา

    ด้วยกำลังการผลิต 60 ตันต่อชั่วโมง โรงงานแห่งที่สี่นี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น Univanich CVP Factory

  41. 2561

    สร้างโรงงานแห่งที่ 5 อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

    ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 30 ตันต่อชั่วโมง โรงงานแห่งนี้ได้ถูกเรียกในชื่อ โรงงานยูนิวานิชป่าบอน

  42. 2561

    การขยายการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ

    ขณะนี้บริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนจากก๊าซชีวภาพได้ 7.66 เมกะวัตต์ที่โรงงาน 3 แห่ง บวกกับการผลิตไฟฟ้าจากบริษัทร่วมทุนอีก 2.8 เมกะวัตต์ที่โรงงาน Univanich CVP

  43. 2561

    สร้างแปลงเพาะชำแห่งที่ 5

    ที่อำเภอบางวัน จังหวัดพังงา เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว

  44. 2562

    เพิ่มกำลังการบีบเมล็ดในปาล์ม

    เพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานโทปีและลำทับ เสร็จสิ้นการติดตั้ง Port Bulking หรือ 'Tank Farm' ที่ท่าเรือแหลมป่อง จังหวัดกระบี่ ระยะแรกนี้มีแท็งก์เก็บน้ำมันขนาด 8,000 ตันและท่อส่งสำหรับการโหลดอย่างรวดเร็วของเรือส่งออกขนาดใหญ่

  45. 2563

    ขยายโรงงานยูนิวานิช คาร์เมน ในประเทศฟิลิปปินส์

จองเมล็ดพันธุ์